วิเคราะห์ตลาด

สายเทรด กับวิธีการรับมือ Bitcoin Hard Fork

ในบทความที่แล้ว ผมเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Hard Fork และเรื่องตลาดโดยรวม

คราวนี้ เรามาดูกันว่าเราจะเตรียมรับมือมันยังไงได้บ้าง

รวมถึงวิเคราะห์แนวโน้มตลาดช่วงนั้น

 

ก่อนอื่น เรามาดูกันว่ามีออฟชั่นอะไรกันบ้าง

 

1. พอร์ท Altcoin 100%

ในเคสนี้ เราปรับพอร์ทให้มีแต่ Altcoin และไม่มี BTC เลย

โดยที่เราเลือกที่จะถือเหรียญ ซึ่งแบ่งเป็นสองกลุ่มนี้ตามนี้

 

A) เหรียญ Safe Haven

เวลาเศษฐกิจแย่ เกิดสงคราม ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง ทรัพย์สินเช่นทองก็จะมาเป็นเหมือน Safe haven ให้นักลงทุน

ในตลาด Crypto ก็ไม่ต่างกัน ซึ่งมีหลายทฤษฎีที่คิดว่าเหรียญเหล่านั้นจะขึ้นแทน ในเวลาที่บิทคอยน์ตก

มาดูกันนะครับว่ามีเหรียญอะไรบ้าง

  • Litecoin (LTC)

ถ้าวันนึงบิทคอยน์เป็นอะไรไป เหรียญนี้จะมาแทนได้อย่างไม่ต้องสงสัยกันเลยทีเดียว (ไม่แน่อาจจะเกิด ถ้าบิทคอยน์มีปัญหาจริงๆจากการ Hard Fork)

LTC ถูกสร้างมาเป็นเสมือน “เงิน Silver” เมื่อเทียบกับ บิทคอยน์ที่เป็นเสมือน “ทอง Gold”

ในสายตานักลงทุน LTC เป็นเหรียญที่อยู่มานานพอ ทำให้เกิดความเชื่อถือ

ซึ่งคนมอง LTC ว่าเป็นแบคอัพของบิทคอยน์(ที่สามารถมาแทนที่ได้) หรือบิทคอยน์เวอร์ชั่นที่ดีกว่าด้วยซ้ำ

  • Ethereum (ETH)

ถึงแม้ ETH อาจจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็น Store of value ที่ดีเหมือน BTC หรือ LTC

แต่ด้วยการเป็นเหรียญที่มีมูลค่าเป็นอันดับสอง มีทิศทางโปรเจคและ Use case ที่ชัดเจน

ก็มีความเป็นไปได้ว่านักลงทุนจะซื้อ ETH มา Hedge ตอนที่บิทคอยน์ราคาตก

*ช่วงนี้อาจจะต้องระวังหน่อย เพราะ ETH ราคากำลังตก เนื่องจาก ICO ใหญ่ๆเริ่มขาย ETH ที่ได้จากการระดมทุนในปริมาณมาก

  • Ripple XRP

ด้วยการที่ XRP นั้นถูกสร้างมาเพื่อให้สถาบันการเงินใช้ใน Ripple Network โดยเฉพาะ

ทำให้ตัวเหรียญนั้นไม่น่าจะมีผลกระทบโดยตรงต่อบิทคอยน์เลยด้วยซ้ำ

(แบงค์แลก XRP ใน Ripple Network ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ BTC)

 

B) เหรียญพื้นฐานดี

เราไม่จำเป็นต้องเลือกแต่เหรียญที่กล่าวมาในข้อหนึ่ง เราอาจใช้โอกาสนี้ซื้อหรือถือ Altcoin ที่เราคิดว่ามี Fundamental ที่ดี

เปรียบเสมือนหุ้น ถ้าเรารู้ว่าจะมี Financial Crisis ที่มีผลต่อตลาดหุ้นในภายภาคหน้า เราคงไม่ถือหุ้นที่พื้นฐานไม่ดีใช่ไหมครับ

เพราะเวลาหุ้นพวกนั้นลงแล้ว มันอาจไม่ขึ้นกลับเลย

กลับกัน หุ้นหรือเหรียญที่ดี อาจได้รับผลกระทบน้อย และเป็นสิ่งที่นักลงทุนใหญ่ๆเลือกที่จะซื้อกลับเมื่อตลาดเริ่ม stable แล้ว

พูดง่ายๆก่อนจะเลือกเหรียญ ให้คิดดูว่าเหรียญนี้จะมีคนใช้จริง และจะยังอยู่รอดในอีก 5ปีข้างหน้ารึเปล่า

 

อย่างไรก็ตาม เราต้องระวังให้มาก เพราะวิธีนี้อาจใช้ได้ในทางทฤษฎีเท่านั้น

เพราะในอดีต เราเห็นได้ชัดว่าทุกครั้งที่บิทคอยน์ราคาตกอย่างรวดเร็ว เหรียญ Altcoin ส่วนใหญ่ก็จะตกตามด้วย

ถึงแม้ตามหลักการแล้ว ทุกเหรียญควรมีมูลค่าตัวเองและไม่ควรผันแปรกับราคากับบิทคอยน์

ดังนั้นถ้าเราเลือกเหรียญที่มีคู่เทรดกับสกุลเงินหลัก ไม่ว่าจะเป้น USD, USDT, CNY, JPY เหรียญเหล่านี้น่าจะมีแรงต้านทางสูงกว่าเหรียญที่มีคู่เทรดเพียง BTC

**เป็นเพราะว่า ถ้าเหรียญนั้นเทรดคู่กับบิทคอยน์ (เช่น DGB/BTC) เวลาบิทคอยน์ราคาตก ราคาเหรียญนั้นต่อเงินบาทก็จะตกตาม

ยกเว้นมีคนเอาบิทคอยน์ไปซื้อเหรียญนั้น เพื่อดันราคา และ Balance ราคา DGB ต่อบาทให้เท่าเดิม

ที่นี้ ถ้ามีแต่คนขายบิทคอยน์ ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนอยากถือ เพราะความกลัว

มันก็ไม่มีคนเข้าไปซื้อ Altcoin กลับ ทำให้เหรียญเหล่านี้ตกตามบิทคอยน์**

 

2. เสี่ยงดวงกับ BTC

จริงๆแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีการ Hard Fork

ในเคส Ethereum กับEthereum Classic ผลสุดท้ายแล้วคือนักลงทุนที่ถือทั้งสองเหรียญกลับได้ผลตอบแทนรวมกันมากกว่าตอนที่มีเหรียญเดียว

บิทคอยน์อาจจะพูดยากหน่อย เพราะมันเป็นเหมือนสกุลเงินกลางใน Exchange ที่เอาไปเทรดเหรียญอื่น ผลกระทบมันก็เลยคาดเดาได้ยาก

ที่เรารู้แน่คือนักลงทุนกลัวความไม่แน่นอน

ถ้าช่วงวันที่ 21-26 เดือนนี้ BIP91 ได้สัญญาณจาก Miner เกิน 80% SegWit2x ก็จะถูก Activate

หมายความว่าเราจะไม่มีปัญหา Hard fork ในวันที่ 1 เดือนหน้า

เราอาจได้เห็นบิทคอยน์พุ่งไปที่ All time high (และดึงตลาด Altcoin ไปด้วย)

ตรงกันข้าม ถ้าไม่ผ่าน แล้วคนต้องมาลุ้นเรื่อง Hard fork กัน

เราอาจต้องมาเสี่ยงมากกว่าเดิม ซึ่งใครที่ซื้อมาต่ำ หรือพร้อมรับความเสี่ยงได้ มันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่แย่

เพราะเวลาราคาเหรียญขึ้นนั้น มันอาจจะซื้อตามกันไม่ทันเลยทีเดียว

หากเลือกที่จะถือ BTC ขอแนะนำให้ดูว่าเวป Exchange ที่เราเก็บเหรียญอยู่ เค้าจะจัดการกับเหรียญยังไงถ้ามีการ Hard Fork

หรือไม่งั้น ผมแนะนำให้เราโอนบิทคอยน์มาที่ Wallet ของเราเอง (ที่เรามี Private key)

 

3. หลบภัยกับ ICO

Initial Coin Offering (ICO) คือการเปิดระดมทุนของโปรเจคใหม่ๆที่ต้องการเงินทุน คล้ายๆกับ Kickstarter + IPO

ในที่นี้คือเราสามารถโอน BTC, ETH หรือ เหรียญอื่นๆให้ทางโปรเจค

แล้วเราจะได้ Token หรือเหรียญของโปรเจคนี้กลับมา ซึ่งเหรียญเหล่านี้ทำอะไรได้ก็ขึ้นอยู่กับ Offer ของโปรเจคนั้นๆ

(ไว้ในอนาคตจะมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ICO และวิธีการเลือก ICO ที่ดี)

ในเคสนี้นั้น ถ้าเราถือ ETH อยู่ แล้วมูลค่าของเหรียญตกลงอย่างต่อเนื่อง

การที่เราเอาไปลงทุนใน ICO นั้น เหรียญ ETH ของเราจะล๊อคกับจำนวนเหรียญที่เราจำได้รับ เช่น 1 ETH = 1000 Redcoin

ซึ่งทางโปรเจคจะกำหนดจำนวนเรทการแลกมาให้

ดังนั้นต่อให้มูลค่า ETH ลดลง เราก็ไม่เป็นไร (อาจใช้ไม่ได้กับ ICO ที่ยึดสกุลเงินเช่นดอลล่า เพราะมันจะแปลง ETH เปน USD ก่อนแล้วให้เหรียญตามเรท USD ต่อ Redcoin เป็นต้น)

ขณะเดียวกัน เหรียญ ICO เหล่านี้ก็ยังไม่ได้เปิดให้เทรดในช่วงตลาดหมีแบบตอนนี้ แปลว่าเราอาจโชคดีถ้ามันเปิดเทรดตอนตลาดกลับมาดีขึ้นแล้ว

และถ้าเราเลือกลง ICO ที่ดี เราก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีตามเช่นกัน

 

4. USDT & เงินบาท

ถ้าใครไม่ชัวร์หรือไม่มั่นใจในตลาดตอนนี้ สามารถแลกบิทคอยน์ เป็น USDT ได้

ซึ่ง 1 USDT นั้นก็เท่ากับ $1 USD นั้นเอง

สามารถแลกได้ตามเวป Exchange อย่าง Poloniex หรือ Bittrex (ที่อื่นก็มี แต่อาจ volume น้อยหน่อย)

ขณะเดียวกัน เราก็สามารถแลกกลับเป็นเงินบาทได้

วิธีนี้อาจจะโอสำหรับคนที่ยังไม่ติดดอย หรือพึ่งเข้า (แล้วยังออกทัน)

 

คอยน์แมนหละทำไง?

ส่วนตัวแล้วผมถือ Altcoin 100% มานานแล้ว ซึ่งในเคสนี้ผมก็ถือต่อไป

อาจมีปรับพอร์ทนิดหน่อย โดยเปลี่ยนบางเหรียญที่ซื้อไว้เล่นระยะสั้น มาเป็นถือตัวพวก Safe haven

ส่วนตัวที่ผมชอบพื้นฐานก็ถือต่อไป

 

สิ่งที่ควรระวัง

ถ้า BIP91 หรือ SegWit2x ไม่ Activate ก่อน วันที่ 1 เดือนหน้า

เราต้องระมัดระวังในการเทรดช่วงวันที่ 1 ให้ดี เพราะบาง Exchange อาจจะระงับการเทรด

หรือมีผลกระทบให้เราซื้อขายเหรียญที่เทรดคู่กับบิทคอยน์ไม่ได้

 

แนวโน้มตลาด

ถ้าเราโชคดี เราอาจได้เห็น Altcoin ขึ้นในอาทิตย์สุดท้ายของเดือนนี้

ในเคสนี้ คือคนเลิกแคร์ว่าบิทคอยน์จะตกหรือไม่ตก

นักลงทุนจะเริ่มคิดว่าราคาของ Altcoin ไม่ได้เกี่ยวกับบิทคอยน์ และเริ่มเทเงินลงทุนกลับมาในตลาด

ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น เราอาจได้เห็น Altcoin เริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนหน้าหลังจากราคาบิทคอยน์นิ่ง ไม่ว่าจะเป็นราคาไหนก็ตาม

 

ส่วนบิทคอยน์นั้น ผมคิดว่า BIP91 น่าจะผ่านตั้งแต่วันที่ 26 เดือนนี้

แปลว่า ตลาดกระทิงมีสิทธิกลับมาได้เร็วกว่าที่คิด

ถึงแม้มีการ Hard Fork ในวันที่ 1 เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ราคาก็จะดีดกลับในเคสที่เหลือเวอร์ชั่นเดียว หรือปรับตัวมันเองในเคสที่มีสองเวอร์ชั่น

(ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่บิทคอยน์จะอยู่รอดทั้งสองเวอร์ชั่น สุดท้ายน่าจะมีแค่อันเดียวที่จะอยู่รอด)

เนื่องจากนักลงทุนมากมายที่ออกจากตลาดตอนนี้ ไม่ได้ออกแล้วออกเลย

คนกลุ่มนี้ออกเพียงที่จะรอกลับเข้ามาในตอนที่ตลาดมั่นคง หรือรอช้อนเหรียญในราคาต่ำ

 

“อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนเทรดอย่างระมัดระวังนะครับ 

อย่าลงเงินมากกว่าที่ตัวเองกล้าที่จะเสียได้นะครับ

 

ติดตามบทความใหม่ๆได้ทางคอยน์แมนเพจครับ

https://www.facebook.com/coinmanth/